คนใช้รถไม่ค่อยรู้ ผู้เชี่ยวชาญเตือน 7 ข้อห้าม “เกียร์ออโต้” อย่าทำถ้าไม่อยากรถพัง

Adminflash

เรียกว่าคนใช้เกียร์ออโต้หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า การใช้รถเกียร์ออโต้มีหลายอย่างที่ห้ามทำ เพราะหากทำบ่อยๆ จะส่งผลให้เกียร์และรถพังได้เลย วันนี้เราจึงไม่พลาดรวบรวมข้อมูลดีๆมาฝากคนใช้รถกัน โดยเฉพาะสาวๆที่อาจจะไม่รู้เคล็ดลับพวกนี้นั่นเอง

รถยนต์ในตลาดเมืองไทยส่วนใหญ่มักใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติหรือที่เรียกติดปากกันว่าเกียร์ออโต้ ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่เพราะระบบจะเปลี่ยนเกียร์ให้อัตโนมัติ โดยมีตำแหน่งของเกียร์ในการขับเคลื่อนรถยนต์ดังนี้

– ตำแหน่ง P ใช้สำหรับจอดรถในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางรถคันอื่นหรือจอดในบริเวณที่ลาดชัน

Loading...

– ตำแหน่ง R ใช้ในการถอยหลัง เป็นตำแหน่งที่อันตรายมากที่สุด ให้เหยียบเบรกทุกครั้งที่เข้าเกียร์ เพื่อให้รถถอยหลังอย่างช้า

– ตำแหน่ง N เป็นตำแหน่งเกียร์ว่าง ใช้ในการหยุดรถชั่ วคราวหรือจอดรถในตำแหน่งที่กีดขวางเส้นทางจราจร

– ตำแหน่ง D ใช้ในการขับขี่เพื่อเดินหน้ารถตามปกติ

– ตำแหน่ง 2 ใช้สำหรับการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่ไม่สูงมากนัก และสามารถใช้ความเร็วได้พอสมควร

– ตำแหน่ง L ใช้สำหรับการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่สูงมาก และต้องใช้ความเร็วต่ำ

จุดเด่นของเกียร์ออโต้ หรือเกียร์อัตโนมัติ คือ ความสะดวกสบาย แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่ความทนทานที่น้อยกว่าเกียร์ธรรมดา จากกลไกที่ละเอียดอ่อน เพื่อเป็นการดูแลรั กษ าระบบเกียร์อัตโนมัติให้ใช้งานได้นาน มาดูกันว่า พฤติกssมการขับขี่แบบไหนที่เราควรหลีกเลี่ยงกัน

1. ปล่อยไหลใช้เกียร์ N

หลายคนชอบใช้วิธีนี้ เพราะคิดว่าจะช่วยประหยัดน้ำมัน แต่หารู้ไม่ว่านอกจากจะไม่ช่วยให้เราประหยัดน้ำมันแล้ว ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเกียร์ไปยังตำแหน่ง N ระบบจะ ตั ดน้ำมันเกียร์มาหล่อเลี้ยง ทำให้กลไกเกิດความสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญการปล่อยไหลโดยการใช้เกียร์ N ยังทำให้ไม่สามารถใช้ Engine Break ได้ ส่งผลให้การควบคุมรถทำได้ย ากและค่อนข้างอันตราย โดยเฉพาะในช่วงทางลาดที่รถมีความเร็วสูง

2. เร่งเครื่องแล้วใส่เกียร์ D

วัยรุ่นใจร้อนหลายคนอย า กออกตัวแรง ด้วยการเร่งเครื่องแล้วค่อยใส่เกียร์ D การกระทำแบ บนี้ อาจส่งผลต่อระบบกลไกของเกียร์ รวมไปถึงชุดส่งกำลังที่จะชำรุดเสียหายได้อย่างรวดเร็ว

3. จอดรถบนทางลาดชัน

ก่อนเข้าเกียร์ P ให้ดึงเบรกมือจนสุดแล้วค่อย เบรกให้แน่ใจว่ารถไม่ไหล แล้วจึงเข้าเกียร์ P จะช่วยยืดอายุกลไกภายในของชุดเกียร์ไม่ให้ชำรุดก่อนเวลาอันควรได้

4. ไม่ตรวจเช็คน้ำมันเกียร์

น้ำมัน เกียร์อัตโนมัติ เป็นหัวใจสำคัญของการหล่อลื่นและยืดอายุการใช้งานของเกียร์รถให้ย าวนาน จึงควรตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าขีดที่ก้านวัด และเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะทางที่แนะนำ

อีกสิ่งที่ควรรู้เมื่อจำเป็นต้องลากรถไปอู่เมื่อเกียร์ออโต้เสีย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมน้ำมันเกียร์เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยลดความร้อนของเกียร์ขณะที่ทำการลากจูง แต่ถ้าหาน้ำมัน เกียร์ไม่ได้ ควรยกให้ล้อรถให้ลอยพ้นพื้นถนน โดยอาจต้องใช้รถยก 6 ล้อ แบบสไลด์ออน ที่สามารถนำรถทั้งคันขึ้นไปไว้บนกระบะหลังได้ เพื่อความปลอดถัยของรถยนต์ราคาแพงของ

5. ขับลากเกียร์

รถยนต์เกียร์อัตโนมัติจะควบคุมให้ปรับเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงตามความเหมาะสมและ ความเร็วของรถอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่บางท่านรู้มากและมักจะใช้วิธีเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ขึ้นลงเองในขณะที่รอบ เครื่องทำงานสูงสุดเพื่อเร่งเครื่องให้ไวตามใจชอบ การทำเช่นนี้จะมีผลทำให้ผ้าคลัทช์ และระบบทอกค์คอนเวอร์เตอร์เกิດการสึกหรอเสียหาย และทำให้มีอายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติสั้นลง

6. คิกดาวน์บ่อยๆ

การคิกดาวน์เพื่อเร่งแซง ระบบเกียร์จะทดเกียร์ให้ต่ำลงเพื่อเรียกแรงบิดจากเครื่องยนต์อย่างฉับพลันทันที ซึ่งแน่นอนว่าการคิกดาวน์บ่อย จะทำให้ชุดเกียร์เกิດความสึกหรอและอายุการใช้งานสั้นกว่าปกติ

7. ติดไฟแดงเข้าเกียร์ P

เกียร์ P มาจากคำว่า Park ซึ่งจะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อเราต้องการจอดรถในที่จอดเป็นกิจจะลักษณะ (สังเกตได้จากรถบางรุ่นจะปลดล็อกประตูโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ P) ส่วนการใช้เกียร์ P ขณะจอดติดไฟแดงนั้น อาจนำมาซึ่งความเสียหายรุ นแร งต่อชุดเกียร์หากเกิດอุ บั ติ เห ตุ มีรถมาชนท้าย

ข้อควรปฏิบัติในการใช้รถเกียร์ออโต้เพิ่มเติมจากที่กล่าวมา

1. ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ควรตรวจสอบให้เกียร์อยู่ในตำแหน่ง P และสตาร์ทเครื่องยนต์ในขณะที่เกียร์อยู่ในตำแหน่ง P เท่านั้น เพราะหากคันเกียร์คร่อมอยู่ในตำแหน่ง P – R แรงสั่นสะเทือนจากการสตาร์ทเครื่องยนต์ อาจทำให้เกียร์ดีดไปเข้าเกียร์ R ทำให้เกิດอุ บั ติ เห ตุ ได้

2. ห้ามใช้เกียร์ “N” หรือ “D4” ในการขับรถลงทางชันมาก เพราะกำลัวงเครื่องยนต์ไม่พอ อาจทำให้เกิດอุ บั ติ เห ตุ ได้

3. ในการขับรถลงทางลาดชัน ต้องใช้เกียร์ตำแหน่ง “D3” แต่กรณีที่ทางลงนั้นชันมาก ให้เลื่อนเกียร์ไปที่ตำแหน่ง “2” เพื่อใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรก  ในขณะเดียวกันคุณควรเหยียบเบรกไปด้วย หรืออาจใช้เบรกมือ เพื่อช่วยในการหยุดรถที่ดียิ่งขึ้น

4. หากต้องการเปลี่ยนเกียร์ไปตำแหน่งอื่น เช่น จากตำแหน่ง N ไป D หรือ R ต้องทำในขณะที่รถยนต์จอดสนิท และควรเหยียบเบรกป้องกันกันรถเคลื่อน

5. การจอดรถแล้วไม่ดับเครื่องยนต์ในสถานการณ์ต่าง เช่น จอดรถเพื่อไปลงเปิดประตูบ้านหรือไปซื้อของริมถนน ไม่ควรใช้ตำแหน่ง N แต่ควรใช้ตำแหน่ง P และใส่เบรคมือทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้รถพุ่งไปข้างหน้า

6. หากหยุดในชั่ ว 2-3 นาที ก็ควรอยู่ที่ตำแหน่ง D โดยแตะเบรกแทน แต่หากหยุดนานเกินกว่านี้ค่อยเปลี่ยนเป็น N และต้องการป้องกันรถไหลก็ใส่เบรคเบรกมือด้วย

7. เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุก 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้ง จะช่วยยืดอายุการทำงานของระบบเกียร์ได้เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ทำให้รถยนต์ต้องวิ่ง หยุด แรงดันน้ำมันสูง-ต่ำไม่คงที่ในระบบเกียร์สูงจากอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูง

 

เรียกว่าใครที่ทำตามคำแนะนำนี้ รับรองรถของคุณใช้ได้ยาวนานแน่นอนค่า

Loading...